ข่าวสารเกม » 1983 ปีที่อุตสาหกรรมเกมส์ตกต่ำถึงขีดสุด

1983 ปีที่อุตสาหกรรมเกมส์ตกต่ำถึงขีดสุด

2 กรกฎาคม 2018
629   0

1983 หรือ พ.ศ.2526 ปีวิปโยกแห่งวงการเกมส์ ปีที่อุตสาหกรรมเกมส์ตกต่ำถึงขีดสุด หลังเคยเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตไปได้สวยและเรียกเม็ดเงินเข้ามาในประเทศอย่างมหาสารแต่มันกลับพังทลายลงในพริบตาด้วยน้ำมือของคนที่สร้างมันขึ้นมา

เรามาย้อนดูจุดเริ่มต้นกันดีกว่า Window ตอนนั้นถือเป็นบริษัทที่มีส่วนแบ่งทางการตลาด ของ วีดีโอเกมส์มากที่สุดในตอนนั้นคือ Atari ด้วยการผลิด Home Pong เกมส์ตีปิงปองที่เป็นเกมส์อาเขตสุดฮิตในตอนนั้นก่อนจะปรับมาเป็น Console ขยายตลาดตามบ้านสะดวกต่อกับทีวีก็ตีปิงปองได้ที่บ้าน ผลที่ได้ก็คือขายดี พร้อมกันนี้ Atari ขยี้ผู้บริโภคอีกหนึ่งกระถ๊อก ด้วยการปล่อยเครื่องเกมส์ Atari 2600 เครื่องเกมส์ที่สามารถเปลี่ยนตลับได้ก็ทำกำไรได้อีก ทำให้คนสมัยนั้นตื่นตากับนวัตกรรมใหม่ของเครื่องเกมส์ ทำให้ Atari กลายเป็นบริษัท ที่ทำกำไรมากที่สุดในตอนนั้นทันที

(เครื่อง Home Pong)

(เครื่อง Atari 2600)

 

Atari ทำกำไรมากมายจึงทำให้เหล่าค่ายเกมส์ทั้งหลายต่างพากันป้อนเกมส์ให้ Atari พอป้อนมากๆมันก็ล้นตลาด พวกค่ายเกมส์น้อยใหญ่ต่างพากันปิดตัวลง แต่ Atari ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันแต่ก็ถือว่าผลกระทบครั้งนี่ไม่รุนแรงมากนัก เพราะเกมส์ของ Atari ยังคงทำกำไรได้อยู่ แต่สาเหตุที่ทำให้วงการเกมส์ถึงขั้นล้มละลาย Atari ปลดพนักงานกว่า 600 คน เพื่อรักษาสภาวะของบริษัทไว้ เหตุเพราะในตอนนั้นการมาของเกมส์ Pac-Man ของค่าย Namco และ ภาพยนตร์เอเลี่ยนเพื่อนรักอย่าง E.T*.ตอนนั้นตัวหนังทำกำไรถล่มทลาย ทำให้ Atari มองเห็นช็อตทำกำไรมหาศาลให้กับตัวเอง จึงรีบจัดการติดต่อ ค่าย Namco เพื่อจะเอาเกมส์ Pac-Man พอร์ตลงเครื่อง Atari 2600 และ เอาหนัง E.T ของค่าย Univelsal เอามาทำเป็นเกมส์ลง Atari 2600 ด้วยเช่นกัน ทำให้เค้าต้องรีบเร่งสานงานผลิตให้ทำช่วงเทศกาลคริสมาสต์ ทำให้คุณภาพของเกมส์ทั้งสองเกมส์ ต่ำตมจมกองขี้มากถูกคนที่ซื่อเกมส์ไปด่าจนนอนสะดุ้งตื่นทุกคืนทำให้ Atari ถึงกับล้มละลาย เมื่อบริษัทผลิตเกมส์หมดความน่าเชื่อถือ หุ้นดิ่งลงเหว ผู้คนต่างเรียกเหตการนี่ว่า วิกฤติการณ์Video Game 1983

ฟ้าหลังฝนย้อมสดใสเสมอ กับสาวกเกมส์เมอร์ได้ยิ้มกันออกอีกครั้งเมื่อ Nintendo กำเนิดขึ้นวงการเกมส์ก็สดใสมีชีวิตชีวามาจนถึงปัจจุบันนี้